จากบทความตอนที่แล้ว
บอกให้รู้ว่าดอกเบี้ยผ่อนชำระที่อยู่อาศัยนั้น เป็นแบบ ลดต้นลดดอก (Effective interest rate)
ดังนั้น ตามความรู้สึกแล้ว
ดอกเบี้ยเดือนล่าสุดมันก็ควรจะน้อยกว่าเดือนที่แล้ว (และเดือนก่อนหน้านี้)
และลดลงไปเรื่อยๆ เนื่องยอดคงเหลือที่นำมาคิดดอกเบี้ยเราในเดือนถัดๆมา
มันน้อยลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ ????
แต่ความเป็นจริงที่ผมพบคือ ดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นบ้าง
ลดลงบ้าง ธนาคารโกงเราใช่ไม๊ !!!!!!
ก่อนที่จะหาคำตอบของเรื่องนี้
เราต้องเข้าใจก่อนว่า ดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดนั้นคิดแบบ รายวัน ครับ
และจะรวบรวมดอกเบี้ยในแต่ละวันมาบวกกัน แล้วมาเก็บกับเรา
ตอนสิ้นเดือนๆละ 1 ครั้งนั่นเอง
จากตัวอย่างตอนที่แล้ว
ยอด 2 ล้านบาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี : ดอกเบี้ยต่อวัน = 273.97 บาท
ดังนั้น 1 เดือน (สมมติว่าเป็นเดือน ธันวาคม 56) = 273.97 x 31 = 8,493.07 บาท
สมมติธนาคารกำหนดให้เราผ่อนชำระเดือนละ 13,000 บาท
ดังนั้น จะเหลือเงินที่นำไปหักเงินต้น 13,000 - 8,493.07 = 4,506.93 บาท
ดังนั้น ยอดเงินต้นจะเหลือ 2,000,000 - 4,506.93 = 1,995,493.07บาท
ซึ่งยอดนี้ จะเป็นยอดที่ไว้คำนวณดอกเบี้ยของเดือนมกราคม 57 ต่อไปครับ
ดังนั้น ดอกเบี้ยแต่ละวัน ประจำเดือนมกราคม 2557 = (5% x 1,995,493.07)/365 = 273.35 บาท
ดังนั้นดอกเบี้ยรายเดือน = 273.35 x 31 = 8,474.01 บาท
จะเห็นว่าที่จำนวนวันที่เท่ากัน (31 วัน) ดอกเบี้ยของเดือนมกราคม (8,474.01 บาท)
จะ น้อยกว่า ดอกเบี้ยเดือนธันวาคม (8,493.07 บาท) นิดหน่อย
เนื่องจากดอกเบี้ยต่อวันของเดือนมกราคมมันน้อยกว่านั่นเอง
(ซึ่งก็เป็นผลมาจากยอดสำหรับคิดดอกเบี้ยมันน้อยลงอีกทอดหนึ่งนั่นเอง)
แต่ในทางปฎิบัติ ธนาคารที่ผมใช้ (กสิกรไทย) จะหักยอดเงินทุกๆเดือน
ทุก วันศุกร์สุดท้าย ของเดือนนั้นๆครับ
เช่นในกรณีตัวอย่างที่ผมยกมา
ศุกร์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 2556 คือวันที่ 29
ศุกร์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2556 คือวันที่ 27
ศุกร์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2557 คือวันที่ 31
ดังนั้นจะเห็นว่า ช่วงเดือนธันวาคม จะมีวันที่นำมาคิดดอกเบี้ยจำนวน 28 วัน
แต่ช่วงเดือน มกราคม จะมีวันที่นำมาคิดดอกเบี้ยถึง 35 วัน !!!!!
ดังนั้น เดือนมกราคมปีที่ผ่านมา จำนวนวันที่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ยจะมากกว่า
ของเดือนธันวาคม ถึง 7 วัน !!! (ทั้งที่ในปฎิทินมี 31 วันเหมือนกันแท้ๆ)
คิดแบบกลมๆ ดอกเบี้ยวันละ 270 บาท
ดอกเบี้ยเดือน มกราคม จะมากกว่า ของเดือน ธันวาคม ถึง = 270 x 7 = 1,890 บาทเลยครับ
ดังนั้นอย่าได้แปลกใจ ที่หากดอกเบี้ยของเดือนนี้อาจจะมากกว่าของเดือนก่อนก็เป็นไปได้ครับ
ไม่แน่ใจว่าธนาคารอื่นเค้ามีวิธีการคิดดอกเบี้ยแตกต่างจากนี้รึเปล่าครับ
บทความนี้ผมเขียนจากที่ผมผ่อนกับธนาคารกสิกรไทยครับ
<<<<<<<<<ดอกเบี้ยแต่ละเดือนเค้าคิดกันอย่างไร
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ดอกเบี้ยแต่ละเดือนเค้าคิดกันยังงัย ???
อย่างที่เคยออกตัวไว้นะครับ
ผมเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการเงินน้อยมาก
แต่ดันเป็นคนใจร้อน
ตัดสินใจอะไรด้วยอารมณ์เสมอ
อย่างเรื่องผ่อนคอนโดนี่ก็เหมือนกัน
ใจเร็วด่วนได้มาก
คอนโดที่ผมซื้อนี้
ผมซื้อด้วยความรู้สึก"อยากได้"ล้วนๆ
อยากใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว
คอนโดที่ผมซื้อมานี้ ราคา 1.9 ล้านบาทครับ
แลกกับพื้นที่ห้องขนาด 33.5 ตร.ม.
จะผ่อนไหวไหม...ไม่รู้ เดี๋ยวก็รู้
เสียดอกเบี้ยเท่าไหร่...ไม่รู้ เดี๋ยวก็รู้
หลังจากทำเรื่องกู้สำเร็จ
สรุปก็คือผมต้องชำระค่าผ่อนคอนโดเดือนละ 12,000 บาท ครับ
เป็นส่วนของดอกเบี้ย...กี่บาท ไม่รู้สิ
เป็นส่วนที่เอาไปหักยอดจริง...กี่บาท ไม่รู้สิ
สนใจทำไม ในเมื่อปัญญาจ่ายได้ก็จ่ายไป <------- ความคิดแบบนี้อันตรายนะครับ
จนมีอยู่เดือนนึง ผมลองเอา
"ใบแจ้งหักบัญชีและใบเสร็จรับเงินชำระหนี้เงินกู้" มากางออกดู
- จำนวนที่ชำระต่องวด : 12,000 บาท
- ชำระดอกเบี้ย : 7,122.52 บาท
- ชำระเงินต้น : 4,877.48 บาท
เฮ้ย !!!! นี่เราจ่ายไปหมื่นสอง เสียดอกเจ็ดพันเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว !!!!
โดนธนาคารโกงป่าววะเนี่ย !!!
(ตอนนั้นเสียอัตราดอกเบี้ย 4.5%ต่อปี ยอดหนี้ 1.8 ล้านปลายๆ)
แล้วผมก็พบว่าไม่ได้โดนธนาคารโกงอะไรหรอกครับ
มันเป็นแบบนี้จริงๆครับ
เรามาดูกันครับ ว่าธนาคารเค้ามีวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้กันอย่างไรครับ
สำหรับการคำนวณดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยจะเป็นแบบ "ลดต้นลดดอก"(Effective Interest Rate)
โดยการคำนวณดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นแบบรายวันครับ
โดยใช้สูตรการคำนวณก็คือ
ดอกเบี้ยในแต่ละวัน = (อัตราดอกเบี้ยต่อปี x ยอดเงินต้นคงเหลือของงวดที่แล้ว) / 365 วัน
ถ้าจะคิดแบบหยาบๆเราก็คูณด้วย 30 หรือ 31 วันเอา ก็จะได้เป็นจำนวนเงินดอกเบี้ยแต่ละเดือนครับ
เช่น
ยอดเงินคงเหลือของเดือนก่อน = 2,000,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย = 5% ต่อปี
ดังนั้นดอกเบี้ยต่อวัน = ((5/100) x 2,000,000) / 365 = 273.97 บาท/วัน
ดอกเบี้ยสำหรับ 1 เดือน = 273.97 x 31 = 8493.07 บาท/เดือน
แต่ถ้าจะคิดอย่างละเอียด เราต้องคิดดังนี้ครับ
ยอดเงินคงเหลือของเดือนก่อน = 2,000,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย = 5% ต่อปี
ดังนั้นดอกเบี้ยของวันที่ 1 = ((5/100) x 2,000,000) / 365 = 273.97 บาท
นำดอกเบี้ยของวันที่ 1 ไปทบกับยอด 2,000,000 บาท เพื่อเป็นยอดสำหรับคิดดอกเบี้ยวันที่ 2
ดังนั้นดอกเบี้ยวันที่ 2 = ((5/100) x 2,000,273.97) / 365 = 274.01 บาท
ดอกเบี้ยวันที่ 3 = ((5/100) x (2,000,273.97+274.01)) / 365 = 274.05 บาท
<<<<<<<<<< เงินเดือนอย่างผม กู้เงินซื้อบ้านได้กี่บาท ???
- จำนวนที่ชำระต่องวด : 12,000 บาท
- ชำระดอกเบี้ย : 7,122.52 บาท
- ชำระเงินต้น : 4,877.48 บาท
เฮ้ย !!!! นี่เราจ่ายไปหมื่นสอง เสียดอกเจ็ดพันเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว !!!!
โดนธนาคารโกงป่าววะเนี่ย !!!
(ตอนนั้นเสียอัตราดอกเบี้ย 4.5%ต่อปี ยอดหนี้ 1.8 ล้านปลายๆ)
แล้วผมก็พบว่าไม่ได้โดนธนาคารโกงอะไรหรอกครับ
มันเป็นแบบนี้จริงๆครับ
เรามาดูกันครับ ว่าธนาคารเค้ามีวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้กันอย่างไรครับ
สำหรับการคำนวณดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยจะเป็นแบบ "ลดต้นลดดอก"(Effective Interest Rate)
โดยการคำนวณดอกเบี้ย ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเป็นแบบรายวันครับ
โดยใช้สูตรการคำนวณก็คือ
ดอกเบี้ยในแต่ละวัน = (อัตราดอกเบี้ยต่อปี x ยอดเงินต้นคงเหลือของงวดที่แล้ว) / 365 วัน
ถ้าจะคิดแบบหยาบๆเราก็คูณด้วย 30 หรือ 31 วันเอา ก็จะได้เป็นจำนวนเงินดอกเบี้ยแต่ละเดือนครับ
เช่น
ยอดเงินคงเหลือของเดือนก่อน = 2,000,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย = 5% ต่อปี
ดังนั้นดอกเบี้ยต่อวัน = ((5/100) x 2,000,000) / 365 = 273.97 บาท/วัน
ดอกเบี้ยสำหรับ 1 เดือน = 273.97 x 31 = 8493.07 บาท/เดือน
แต่ถ้าจะคิดอย่างละเอียด เราต้องคิดดังนี้ครับ
ยอดเงินคงเหลือของเดือนก่อน = 2,000,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย = 5% ต่อปี
ดังนั้นดอกเบี้ยของวันที่ 1 = ((5/100) x 2,000,000) / 365 = 273.97 บาท
นำดอกเบี้ยของวันที่ 1 ไปทบกับยอด 2,000,000 บาท เพื่อเป็นยอดสำหรับคิดดอกเบี้ยวันที่ 2
ดังนั้นดอกเบี้ยวันที่ 2 = ((5/100) x 2,000,273.97) / 365 = 274.01 บาท
ดอกเบี้ยวันที่ 3 = ((5/100) x (2,000,273.97+274.01)) / 365 = 274.05 บาท
.
.
.
.
ดอกเบี้ยวันที่ 31 = 275.14 บาท
เมื่อนำดอกเบี้ยแต่ละวัน 31 วันรวมกัน = 8,511.76 บาท <------ จะเห็นว่าไม่ผิดกันมากครับ
(8,511.76-8,493.07 = 18.69 บาท)
ก็คิดแบบหยาบๆก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ส่วนยอดเงินที่สูงกว่านี้ ก็คงผิดกันหลักอย่างมากก็หลักร้อยบาท
เมื่อเทียบกับยอดเงิน(หลักล้าน)แล้วก็ไม่กี่เปอร์เซนต์ครับ
<<<<<<<<<< เงินเดือนอย่างผม กู้เงินซื้อบ้านได้กี่บาท ???
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เงินเดือนอย่างผม กู้เงินซื้อบ้านได้กี่บาท ???
ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ
หลังจากที่คำนวณแล้วว่าเราต้องผ่อนชำระงวดละกี่บาท
(ทวนนิดนึง คอนโดราคา 2 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี งวดละประมาณ 13,000 บาทครับ
ราคาคอนโดเท่าไหร่ก็เทียบอัตราส่วนเอาได้เลยครับ)
ทีนี้ทางธนาคารจะปล่อยให้เรากู้รึเปล่า
ก็อยู่ที่รายได้ต่างๆหลังหักค่าใช้จ่ายของเราแล้วแหละ
สำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยทั่วๆไปธนาคารเค้าก็คิดว่า
เอ็งได้เงินเดือนมา 60% เป็นค่าใช้จ่ายไป อีก 40% เอามาใช้ผ่อนคอนโด/บ้าน ซะ
∴ ถ้าต้องการผ่อนเดือนละ 13,000 บาท
เราควรต้องมีเงินเดือนอย่างน้อยๆ = 13,000/0.40 = 32,500 บาท
(อ่านอย่างละเอียดที่นี่>>>>)
ซึ่งธนาคารก็จะขอเอกสารต่างๆเพื่อความมั่นใจว่าเราจะเป็นลูกหนี้ที่ดีได้
ซึ่งก็ได้แก่ สลิปเงินเดือน ใบรับรองเงินเดือน statement ฯลฯ
แล้วแต่ความเขี้ยวของธนาคารครับ
ทีนี้เราลองเอาค่ายอดเงินกู้/เงินเดือนของเราดูซิ
= 2,000,000/32,500 = 61.538
ตัวเลขนี้บอกอะไรเราครับ
ก็บอกว่าค่าคอนโด/บ้าน เท่ากับ 61.538 เท่าของเงินเดือนไง
กลมๆจำง่ายๆก็ 60 เท่า
สรุปง่ายๆก็คือ เงินเดือนเราเท่าไหร่ คูณ 60 เท่า ก็จะได้ยอดกู้ (ราคาคอนโด,บ้าน) นั่นเองครับ
<<<<<<<<< ยอดผ่อนแต่ละเดือนคิดกันยังงัย ??
หลังจากที่คำนวณแล้วว่าเราต้องผ่อนชำระงวดละกี่บาท
(ทวนนิดนึง คอนโดราคา 2 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี งวดละประมาณ 13,000 บาทครับ
ราคาคอนโดเท่าไหร่ก็เทียบอัตราส่วนเอาได้เลยครับ)
ทีนี้ทางธนาคารจะปล่อยให้เรากู้รึเปล่า
ก็อยู่ที่รายได้ต่างๆหลังหักค่าใช้จ่ายของเราแล้วแหละ
สำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยทั่วๆไปธนาคารเค้าก็คิดว่า
เอ็งได้เงินเดือนมา 60% เป็นค่าใช้จ่ายไป อีก 40% เอามาใช้ผ่อนคอนโด/บ้าน ซะ
∴ ถ้าต้องการผ่อนเดือนละ 13,000 บาท
เราควรต้องมีเงินเดือนอย่างน้อยๆ = 13,000/0.40 = 32,500 บาท
(อ่านอย่างละเอียดที่นี่>>>>)
ซึ่งธนาคารก็จะขอเอกสารต่างๆเพื่อความมั่นใจว่าเราจะเป็นลูกหนี้ที่ดีได้
ซึ่งก็ได้แก่ สลิปเงินเดือน ใบรับรองเงินเดือน statement ฯลฯ
แล้วแต่ความเขี้ยวของธนาคารครับ
ทีนี้เราลองเอาค่ายอดเงินกู้/เงินเดือนของเราดูซิ
= 2,000,000/32,500 = 61.538
ตัวเลขนี้บอกอะไรเราครับ
ก็บอกว่าค่าคอนโด/บ้าน เท่ากับ 61.538 เท่าของเงินเดือนไง
กลมๆจำง่ายๆก็ 60 เท่า
สรุปง่ายๆก็คือ เงินเดือนเราเท่าไหร่ คูณ 60 เท่า ก็จะได้ยอดกู้ (ราคาคอนโด,บ้าน) นั่นเองครับ
<<<<<<<<< ยอดผ่อนแต่ละเดือนคิดกันยังงัย ??
ยอดผ่อนแต่ละเดือนคิดกันยังงัย ??
ต่อจากตอนที่แล้ว
การคำนวณหาว่าแต่ละเดือนต้องผ่อนเท่าไหร่คำนวณกันยังงัย
ผมได้ข้อมูลจาก blog นี้ครับ
(อยากจะบอกว่า เริ่มเขียนบล็อคเพราะอ่านจากบล็อคนี้แหละครับ)
เอาไว้เป็นข้อมูลประมาณว่า
เฮ้ย ไปดูคอนโด/บ้าน มาว่ะ ราคา x,xxx,xxx บาท เงินเดือนอย่างเราจะผ่อนไหวไหมวะ
ธนาคารจะให้กู้ไหมนะ เงินเดือนกระจ้อยร่อยอย่างเราเนี่ย
ข้อมูลที่ต้องรู้
1. เงินเดือนตัวเอง
2. ราคาคอนโด/บ้าน ที่หมายตาไว้
3. อายุตัวเอง
4. หนี้สินที่อื่นๆที่ยังต้องผ่อนอยู่ปัจจุบัน
5. ใช้ excel เป็นไหม
เอิ่ม...ไม่รู้ก็แย่แล้วนะครับ 555
ไอ้ยอดผ่อนแต่ละเดือนเนี่ยคิดแบบง่ายๆ
สมมติว่าที่บ้านเรา อาม่ามีตังค์อยู่เท่ากับยอดที่เราต้องผ่อนคอนโด
สมมติว่า 2 ล้านถ้วนๆละกัน เราก็ยืมอาม่ามาไปจ่ายเจ้าของโครงการซะ
แล้วบอกอาม่าว่า เดี๋ยวอั๊วทยอยจ่ายให้อาม่า 30 ปีนะ (360 งวด)
อาม่าใจดีไม่คิดดอกเบี้ย กดเครื่องคิดเลขง่ายๆก็คือ
2,000,000/360 = 5,555 บาท งั้นอั๊วให้อาม่า 6 พันเลยละกันอั๊วสปอร์ต
นั่นในกรณีที่พวกลื้อมีอาม่าใจดี(และมีตังค์)
แต่ชีวิตจริงของมนุษย์เงินเดือนหาเป็นเช่นนั้นไป
สิ่งที่ต้องทำคือ ไปกู้เงินกับทางธนาคาร
ธนาคารก็จะเอาเงินไปจ่ายให้เจ้าของโครงการแทนเรา
เราก็มาผ่อนธนาคารต่อ...
ที่ธนาคารต่างจากอาม่าก็คือ
ธนาคารคิดดอกเบี้ยครับ !!!
การคำนวณดอกเบี้ยของธนาคารจะใช้ค่า MLR ของแต่ละธนาคารครับ
โดยวิธีการคำนวณผมหาวิธีมาได้ 2 วิธี
1. ใช้ excel คำนวณ โดยใช้ Function "PMT" ครับ
จะเห็นว่าจากภาพว่าที่ยอดเงินต้น 2 ล้านเท่ากัน
เราต้องจ่ายธนาคาร 12,972 บาท/เดือนครับ
(ในขณะที่ผ่อนกับอาม่าไม่ถึง 6 พันเอ๊ง !!!! ทำดีกับอาม่าเยอะๆนะครับ...)
ค่าที่ต้องกรอกใน excel แต่ละช่องเป็นดังนี้ครับ
C4 = ค่ายอดกู้ทั้งหมด
C5 = ค่า MLR ของธนาคารที่เราไปขอกู้ครับจะมีค่าอยู่ที่ประมาณ (6-7% ครับ)
C6 = ระยะเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้ (ผ่อนยิ่งนานยอดผ่อนต่อเดือนก็ยิ่งน้อย แต่ก็โดนดอกเบี้ยเยอะครับ)
ไอ้ค่า C6 นี้ขึ้นอยู่กับอายุปัจจุบันของผู้กู้ด้วยโดยธนาคารจะให้เรากูจนถึงอายุ 60 ปีครับ
(ดังนั้นระยะเวลาที่ธนาคารให้เช่า = 60 - อายุปัจจุบัน(บางแห่งให้ถึง 65 ปี)) เพราะถือว่าเราทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี
C7 ให้เราใส่สูตร =PMT(C5/12,C6,C4) <----- PMT คืออะไร
(อ่านเพิ่มเติม >>>>>>)
ส่วนช่อง C8 ผมลองคิดว่า ยอดผ่อนแต่ละเดือนเมื่อเทียบกับยอดเงินกู้ทั้งหมดจะเท่ากับกี่เปอร์เซนต์
ซึ่งก็เท่ากับ 0.649% เอากลมๆก็ 0.6% สำหรับใครที่คิดจะปล่อยเช่าคอนโด ก็เอา 0.6% คูณด้วยยอดกู้
จะได้เป็นค่าที่จะเอาไปปล่อยเช่าขั้นต่ำก็ได้ครับ
2. โหลด app "Financial calculators" มาใช้ครับ (สำหรับ android / iOS ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่ออะไรครับแต่มีแน่ๆ เคยเห็นเพื่อนใช้) : เข้าไปที่โหมด "Loan calculator" แล้วกรอกค่าเลยครับ ง่ายมาก
<<<<<<<< เริ่มผ่อนคอนโด
การคำนวณหาว่าแต่ละเดือนต้องผ่อนเท่าไหร่คำนวณกันยังงัย
ผมได้ข้อมูลจาก blog นี้ครับ
(อยากจะบอกว่า เริ่มเขียนบล็อคเพราะอ่านจากบล็อคนี้แหละครับ)
เอาไว้เป็นข้อมูลประมาณว่า
เฮ้ย ไปดูคอนโด/บ้าน มาว่ะ ราคา x,xxx,xxx บาท เงินเดือนอย่างเราจะผ่อนไหวไหมวะ
ธนาคารจะให้กู้ไหมนะ เงินเดือนกระจ้อยร่อยอย่างเราเนี่ย
ข้อมูลที่ต้องรู้
1. เงินเดือนตัวเอง
2. ราคาคอนโด/บ้าน ที่หมายตาไว้
3. อายุตัวเอง
4. หนี้สินที่อื่นๆที่ยังต้องผ่อนอยู่ปัจจุบัน
5. ใช้ excel เป็นไหม
เอิ่ม...ไม่รู้ก็แย่แล้วนะครับ 555
ไอ้ยอดผ่อนแต่ละเดือนเนี่ยคิดแบบง่ายๆ
สมมติว่าที่บ้านเรา อาม่ามีตังค์อยู่เท่ากับยอดที่เราต้องผ่อนคอนโด
สมมติว่า 2 ล้านถ้วนๆละกัน เราก็ยืมอาม่ามาไปจ่ายเจ้าของโครงการซะ
แล้วบอกอาม่าว่า เดี๋ยวอั๊วทยอยจ่ายให้อาม่า 30 ปีนะ (360 งวด)
อาม่าใจดีไม่คิดดอกเบี้ย กดเครื่องคิดเลขง่ายๆก็คือ
2,000,000/360 = 5,555 บาท งั้นอั๊วให้อาม่า 6 พันเลยละกันอั๊วสปอร์ต
นั่นในกรณีที่พวกลื้อมีอาม่าใจดี(และมีตังค์)
แต่ชีวิตจริงของมนุษย์เงินเดือนหาเป็นเช่นนั้นไป
สิ่งที่ต้องทำคือ ไปกู้เงินกับทางธนาคาร
ธนาคารก็จะเอาเงินไปจ่ายให้เจ้าของโครงการแทนเรา
เราก็มาผ่อนธนาคารต่อ...
ที่ธนาคารต่างจากอาม่าก็คือ
ธนาคารคิดดอกเบี้ยครับ !!!
การคำนวณดอกเบี้ยของธนาคารจะใช้ค่า MLR ของแต่ละธนาคารครับ
โดยวิธีการคำนวณผมหาวิธีมาได้ 2 วิธี
1. ใช้ excel คำนวณ โดยใช้ Function "PMT" ครับ
จะเห็นว่าจากภาพว่าที่ยอดเงินต้น 2 ล้านเท่ากัน
เราต้องจ่ายธนาคาร 12,972 บาท/เดือนครับ
(ในขณะที่ผ่อนกับอาม่าไม่ถึง 6 พันเอ๊ง !!!! ทำดีกับอาม่าเยอะๆนะครับ...)
ค่าที่ต้องกรอกใน excel แต่ละช่องเป็นดังนี้ครับ
C4 = ค่ายอดกู้ทั้งหมด
C5 = ค่า MLR ของธนาคารที่เราไปขอกู้ครับจะมีค่าอยู่ที่ประมาณ (6-7% ครับ)
C6 = ระยะเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้ (ผ่อนยิ่งนานยอดผ่อนต่อเดือนก็ยิ่งน้อย แต่ก็โดนดอกเบี้ยเยอะครับ)
ไอ้ค่า C6 นี้ขึ้นอยู่กับอายุปัจจุบันของผู้กู้ด้วยโดยธนาคารจะให้เรากูจนถึงอายุ 60 ปีครับ
(ดังนั้นระยะเวลาที่ธนาคารให้เช่า = 60 - อายุปัจจุบัน(บางแห่งให้ถึง 65 ปี)) เพราะถือว่าเราทำงานได้ถึงอายุ 60 ปี
C7 ให้เราใส่สูตร =PMT(C5/12,C6,C4) <----- PMT คืออะไร
(อ่านเพิ่มเติม >>>>>>)
ส่วนช่อง C8 ผมลองคิดว่า ยอดผ่อนแต่ละเดือนเมื่อเทียบกับยอดเงินกู้ทั้งหมดจะเท่ากับกี่เปอร์เซนต์
ซึ่งก็เท่ากับ 0.649% เอากลมๆก็ 0.6% สำหรับใครที่คิดจะปล่อยเช่าคอนโด ก็เอา 0.6% คูณด้วยยอดกู้
จะได้เป็นค่าที่จะเอาไปปล่อยเช่าขั้นต่ำก็ได้ครับ
2. โหลด app "Financial calculators" มาใช้ครับ (สำหรับ android / iOS ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่ออะไรครับแต่มีแน่ๆ เคยเห็นเพื่อนใช้) : เข้าไปที่โหมด "Loan calculator" แล้วกรอกค่าเลยครับ ง่ายมาก
<<<<<<<< เริ่มผ่อนคอนโด
เริ่มผ่อนคอนโด
หลังจากเกริ่นนำไปแล้วว่าทำไมถึงซื้อคอนโด
เหตุการณ์ต่อมาก็คือ "การกู้เงินเพื่อผ่อนคอนโด" ครับ
เหตุการณ์ต่อมาก็คือ "การกู้เงินเพื่อผ่อนคอนโด" ครับ
ในการผ่อนคอนโด ที่จริงหากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการเงิน
สิ่งที่คุณควรทำคือ
สิ่งที่คุณควรทำคือ
1. ไปตระเวนตามธนาคาร หาว่าธนาคารไหน คิดอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยที่อัตราเท่าไหร่บ้าง
2. นำมาคำนวณเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารอันไหนคิดต่ำสุด
3. อย่าลืมดูรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เงื่อนไขการผ่อนให้ดี
4. หาข้อมูลว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการกู้เงิน
เช่น ประกัน MRTA ค่าโอน ค่าจดจำนอง ฯลฯ
(สิ่งที่ควรรู้ก่อนกู้เงิน >>>>>>>)
(ซึ่งผมมารู้รู้เรื่องพวกนี้ก็หลังจากที่ต้องทำ รีไฟแนนซ์) <------ บัดซบมากครับที่ไม่รู้เรื่องเหล่านี้
2. นำมาคำนวณเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารอันไหนคิดต่ำสุด
3. อย่าลืมดูรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เงื่อนไขการผ่อนให้ดี
4. หาข้อมูลว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการกู้เงิน
เช่น ประกัน MRTA ค่าโอน ค่าจดจำนอง ฯลฯ
(สิ่งที่ควรรู้ก่อนกู้เงิน >>>>>>>)
(ซึ่งผมมารู้รู้เรื่องพวกนี้ก็หลังจากที่ต้องทำ รีไฟแนนซ์) <------ บัดซบมากครับที่ไม่รู้เรื่องเหล่านี้
แต่สิ่งที่ผมทำก็คือ
ที่คอนโดมีบู้ทธนาคารมาตั้ง 2-3 ธนาคาร
ผมรู้จักธนาคารเดียวคือธนาคาร กสิกร ผมก็ตรงรีเข้าไปถามรายละเอียดว่าต้องการกู้เงินผ่อนคอนโด
ต้องทำไงบ้างครับ (ตายเอาดาบหน้า ว่างั้นเหอะ !!!!)
ที่คอนโดมีบู้ทธนาคารมาตั้ง 2-3 ธนาคาร
ผมรู้จักธนาคารเดียวคือธนาคาร กสิกร ผมก็ตรงรีเข้าไปถามรายละเอียดว่าต้องการกู้เงินผ่อนคอนโด
ต้องทำไงบ้างครับ (ตายเอาดาบหน้า ว่างั้นเหอะ !!!!)
ทางคุณเจ้าหน้าที่ก็จัดแจงอธิบายว่าตอนนี้ทางธนาคารมีทางเลือกให้ 6 แบบนะคะ
รายละเอียดก็เป็นดังนี้ค่ะ
ผมก็พยักหน้าไป ไม่รู้เรื่องหรอก แต่กลัวเค้าคิดว่าโง่ ก็อือๆออๆไป
แล้วก็ถามเค้าทื่อๆเลยว่า "แบบไหนดีสุดครับ"
ทางเจ้าหน้าที่เค้าก็จัดการเลือกมาให้แบบนึง
ผมก็อือ เอาแบบนี้แหละ <------ เจ้าหน้าที่เค้าคงรู้แล้วแหละว่ามึงโง่จริง 555
รายละเอียดก็เป็นดังนี้ค่ะ
ผมก็พยักหน้าไป ไม่รู้เรื่องหรอก แต่กลัวเค้าคิดว่าโง่ ก็อือๆออๆไป
แล้วก็ถามเค้าทื่อๆเลยว่า "แบบไหนดีสุดครับ"
ทางเจ้าหน้าที่เค้าก็จัดการเลือกมาให้แบบนึง
ผมก็อือ เอาแบบนี้แหละ <------ เจ้าหน้าที่เค้าคงรู้แล้วแหละว่ามึงโง่จริง 555
สรุปว่าผมเป็นหนี้ไปเรียบร้อยแล้วครับ 1.9 ล้านบาท
ผ่อนชำระ 30 ปี เดือนละ 12,000 บาท <----- เอิ่มม...เงินเดือน 24,000 บาท
ผ่อนคอนโดครึ่งนึง จะไหวไม๊วะ
ผ่อนชำระ 30 ปี เดือนละ 12,000 บาท <----- เอิ่มม...เงินเดือน 24,000 บาท
ผ่อนคอนโดครึ่งนึง จะไหวไม๊วะ
ทำไมถึงซื้อคอนโด
เมื่อปลายปี 2553 (ขณะนั้นอายุ 30 ย่าง 31)
เพื่อนซี้ผมพามาดูคอนโดแห่งนึงย่านพระรามเก้า
พระรามเก้าคือที่ไหน
ชีวิตผมอยู่ฝั่งธนฯ ทำงานซอยอารีย์ รู้จักแค่นี้แหละ
ชีวิตผมอยู่ฝั่งธนฯ ทำงานซอยอารีย์ รู้จักแค่นี้แหละ
ขณะนั้นเงินเดือน 20,000 นิดๆ ใช้หมดทุกเดือน
งัดเงินเก่าๆมาใช้บ้าง ทำงานนอกบ้าง มั่วๆซั่วๆ
งัดเงินเก่าๆมาใช้บ้าง ทำงานนอกบ้าง มั่วๆซั่วๆ
ไม่มีการวางแผนอะไรทั้งสิ้น
เพื่อนก็บอกว่าเอาเงินมาผ่อนคอนโดดีกว่ามั๊ยมึง
อย่างน้อยก็มีสินทรัพย์(Asset) ติดตัว
ดีกว่าใช้หมดทุกเดือนอย่างที่เป็นอยู่นะ
เออดีเหมือนกัน
ตอนนี้เงินเก็บก็ไม่ค่อยจะเหลืออย่างเพื่อนว่าจริงๆ
ตอนนี้เงินเก็บก็ไม่ค่อยจะเหลืออย่างเพื่อนว่าจริงๆ
แล้วเพื่อนก็ขับรถพาไปดูคอนโดที่มันได้จองเอาไว้
พอไปถึงสถานที่จริง
ไปดูห้องตัวอย่าง ผมชอบมาก รู้สึกว่ามันหรูหรามากกก
(ภายหลังพบว่า ธรรมดามาก เมื่อเทียบกับคอนโดไฮโซอื่นๆ 555)
ไปดูห้องตัวอย่าง ผมชอบมาก รู้สึกว่ามันหรูหรามากกก
(ภายหลังพบว่า ธรรมดามาก เมื่อเทียบกับคอนโดไฮโซอื่นๆ 555)
ส่วนเรื่องว่าจะมีปัญญาผ่อนไหวไหมน่ะเหรอ
ไม่รู้หรอก ขี้เกียจคิด ขี้เกียจหาข้อมูลอะไรทั้งนั้น
อยากได้ ก็จะเอา เพื่อนผ่อนได้ ผมก็ต้องผ่อนได้สิ(วะ)
(หารู้ไม่ เพื่อนเงินเดือนเยอะกว่ามึงนะ)
ไม่รู้หรอก ขี้เกียจคิด ขี้เกียจหาข้อมูลอะไรทั้งนั้น
อยากได้ ก็จะเอา เพื่อนผ่อนได้ ผมก็ต้องผ่อนได้สิ(วะ)
(หารู้ไม่ เพื่อนเงินเดือนเยอะกว่ามึงนะ)
ก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย
ที่ไม่ยอมหาข้อมูลเรื่องการผ่อนต่างๆให้ดี
ที่ไม่ยอมหาข้อมูลเรื่องการผ่อนต่างๆให้ดี
(ตอนนั้น)ถ้าหาข้อมูลก่อน คงไม่กล้าซื้อเป็นแน่แท้
ขอตัดขั้นตอนจอง ทำสัญญา ผ่อนดาวน์ ฯลฯ ไปนะครับ
(จริงๆลืมไปหมดแล้ว ไว้มีโอกาสผ่อนอีก จะมาบันทึกอย่างละเอียดเชียว)
<<<<<<<<<<< ปฐมบทเรื่อง การเงิน (Financial) ของผม
>>>>>>>>>>> เริ่มผ่อนคอนโด
(จริงๆลืมไปหมดแล้ว ไว้มีโอกาสผ่อนอีก จะมาบันทึกอย่างละเอียดเชียว)
<<<<<<<<<<< ปฐมบทเรื่อง การเงิน (Financial) ของผม
>>>>>>>>>>> เริ่มผ่อนคอนโด
ปฐมบทเรื่อง การเงิน(Financial) ของผม
หลังจากผ่อนคอนโดมา 3 ปี
เข้าสู่ปีที่ 4 ผมสงสัยว่าทำไมดอกเบี้ยมันสูงขึ้นผิดหูผิดตา(จังวะ)
เลยนำความไปถามหัวหน้า ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ผ่อนคอนโดมายาวนานกว่าผม
ก็พบว่าอัตราดอกเบี้ยมันเปลี่ยนเป็นอัตราลอยตัวแล้วไง
ไม่รู้ตัวเลยเหรอ...
นั่นแหละทำให้ผมตาสว่างว่า ทำไมดอกเบี้ยมันโขกเอาๆทุกเดือน
เพิ่งเข้าใจคำว่า "พลังของดอกเบี้ย(Power of interest)" ก็วันนี้แหละ
ในกรณีนี้คือ "พลังทำลายล้าง" ครับ
(มึงควรเข้าใจตั้งแต่ก่อนเริ่มผ่อนแล้วไม่ใช่เหรอ ???)
แล้วลูกพี่ก็บอกว่า คุณต้อง"Refinance"นะ
"เอกพล คุณนี่ความรู้เรื่อง financial น้อยมากนะ"
ลูกพี่กล่าวทิ้งท้าย
ผมสะอึก จะเถียงก็เถียงไม่ออก ไม่ใช่ว่าเพราะลูกพี่เป็นหัวหน้า
แต่เพราะมันเป็นเรื่องจริงครับ
ว้อท อีส เดอะ "รีไฟแนนซ์"
นี่คือปฐมบทเริ่มต้นของบล็อคแห่งนี้ครับ
เข้าสู่ปีที่ 4 ผมสงสัยว่าทำไมดอกเบี้ยมันสูงขึ้นผิดหูผิดตา(จังวะ)
เลยนำความไปถามหัวหน้า ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ผ่อนคอนโดมายาวนานกว่าผม
ก็พบว่าอัตราดอกเบี้ยมันเปลี่ยนเป็นอัตราลอยตัวแล้วไง
ไม่รู้ตัวเลยเหรอ...
นั่นแหละทำให้ผมตาสว่างว่า ทำไมดอกเบี้ยมันโขกเอาๆทุกเดือน
เพิ่งเข้าใจคำว่า "พลังของดอกเบี้ย(Power of interest)" ก็วันนี้แหละ
ในกรณีนี้คือ "พลังทำลายล้าง" ครับ
(มึงควรเข้าใจตั้งแต่ก่อนเริ่มผ่อนแล้วไม่ใช่เหรอ ???)
แล้วลูกพี่ก็บอกว่า คุณต้อง"Refinance"นะ
"เอกพล คุณนี่ความรู้เรื่อง financial น้อยมากนะ"
ลูกพี่กล่าวทิ้งท้าย
ผมสะอึก จะเถียงก็เถียงไม่ออก ไม่ใช่ว่าเพราะลูกพี่เป็นหัวหน้า
แต่เพราะมันเป็นเรื่องจริงครับ
ว้อท อีส เดอะ "รีไฟแนนซ์"
นี่คือปฐมบทเริ่มต้นของบล็อคแห่งนี้ครับ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
